หน้าแรก
 ปรึกษากฏหมาย
 บทความ
 กระทู้ถาม-ตอบ
 แนะนำสำนักงานทนายความ
 ร้านขายหนังสือ
 ที่ตั้งสำนักกฏหมายเสรี
 
บริการของเรา
 รับว่าความทั่วราชอาณาจักร
 รับจดทะเบียนนิติบุคคล/ธุรกิจ
 รับสืบทรัพย์,บังคับคดี และติดตามหนี้สิน
 รับเจรจาประนอมหนี้
 
บริการอื่นๆ
 ตลาดซื้อขายบ้าน/ที่ดิน/สิ่งปลูกสร้าง
 ตลาดซื้อขายรถยนต์
 ประกาศหางาน/รับสมัครงาน
 คุยกันอย่างเสรี

 
หมวดยุติธรรม
หมวดการเมือง
หมวดข่าวสารบันเทิง
สถานีโทรทัศน์
 
Untitled Document
วิธีการชำระเงิน
 
ธนาณัติ สั่งจ่าย ปณ. บางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 ในนาม "นายเสรี สุวรรณภานนท์" หรือ
โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาบรมราชชนนี
ชื่อบัญชี "นายเสรี สุวรรณภานนท์" บัญชีออมทรัพย์ หมายเลขบัญชีที่ 065-2-11876-1
   
  *** ส่งแฟกซ์ใบนำฝากหรือใบโอนเงินทางธนาคารมี่เบอร์ (662) 4348787-8
หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2884-6599 (อัตโนมัติ 10 หมายเลข)
   

สั่งซื้อหนังสือขายดี
 

เรามีหนังสือกดีๆ มาแนะนำท่านยังสามารถสั่งซื้อด้วยระบบ Shopping cart ได้ทีละหลายๆ เล่มพร้อมกัน ดังนี้ครับ

 
ชื่อหนังสือ ปัญหาการจ้างว่าความที่ไม่แน่นอน (contigent fee)
ราคา 280 บาท
รายละเอียด รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้บัญญัติให้รัฐจะต้องจัดทนายความให้ความช่วยเหลือแกประชาชนทางกฎหมายแต่การช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายดังกล่าวไม่อาจทำได้อย่างทั่วถึง เพราะเหตุปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าด้านงบประมาณ หรือการบริหารจัดการบุคลากรที่เป็นทนายความ ก็คงเนื่องจากผู้ประกอบวิชาชิพทนายความ เป็นงานด้านเอกชน แต่ขณะเดียวกันสากลก็ยอมรับว่าผู้ประกอบวิชาชีพทนายความดังกล่าวต้องทำงานในหน้าที่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะต้องให้ความเป็นธรรมแก่คนในสังคมด้วย
ปัญหาของการควบคุมให้ทนายความทำหน้าที่ให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนดังกล่าว จึงมีผลกระทบไปถึงข้อตกลงการจ้างว่าความหรือสัญญาจ้างว่าความที่ทางศาลยุติธรรมเองพยายามระมัดระวังไม่ต้องการให้ทนายความเข้าไปมีส่วนได้เสียในผลของคดีความ ทำให้ระบบการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ขาดทนายความที่มีประสบการณ์มาว่าต่างแก้ต่างให้ ทำให้ประชาชนผู้มีอรรคถคดีต้องเสียโอกาสที่จะได้ทนายความที่มีประสบการณ์มาเป็นทนายความให้
ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ในประเทศสหรัฐอเมริกาเอง ได้ยอมรับระบบ Contingent Fee ที่ให้ทนายความสามารถตกลงกับลูกความให้เรียกค่าจ้างว่าความโดยการได้รับเป็นสัดส่วนหรือเป็นเปอร์เซ็นต์ จากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทในคดีหรือในผลแห่งคดีที่ไม่แน่นอนว่าศาลจะตัดสินอย่างไร และในประเทศอังกฤษเองก็ยอมรับการใช้ระบบนี้ ที่ให้ทนายความและลูกความสามารถตกลงการจ้างว่าความกันได้ในลักษณะ “ไม่ชนะไม่ต้องจ่าย” (No win, No fee)
ส่วนของประเทศไทยไทยเราเองที่ผ่านมาไม่ยอมรับระบบนี้ แต่ปัจจุบันนี้กระบวนการของศาลยุติธรรมไทยเอง ก็มีลักษณะคลี่คลายมากขึ้น แต่ปัญหาก็ยังคงมีอยู่เนื่องจากในบทบัญญัติของกฎหมายไทยมิได้บัญญัติในเรื่องนี้ไว้ให้ชัดเจน กรณีจึงเป็นปัญหาที่ควรพิจารณาถึงผลดีผลเสียของระบบกฎหมายของไทยดังกล่าว
ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือเล่มนี้ คงเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้สนใจไม่มากก็น้อย และมีความต้องการให้หนังสือเล่มนี้เป็นการจุดประกายให้มีการพัฒนากฎหมายของไทย ในส่วนอื่น ๆ ต่อไป
 
จำนวน เล่ม
   
ชื่อหนังสือ ประมวลกฎหมายอาญา
ราคา 120
รายละเอียด หลังจากที่ได้จัดพิมพ์ประมวลกฎหมายอาญาไปครั้งที่แล้วต่อมาประมวลกฎหมายอาญา มีการแก้ไขเพิ่มเติมหลายครั้ง โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๔๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ และล่าสุดแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๑๗ นี้ ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑ ตอนพิเศษ ๖๕ ก. ลงวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๔๗
นอกจากนี้ ในส่วนท้ายเล่มยังคงรวบรวมระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมที่ออกโดยประธานศาลฎีกา เพื่อกำหนดชั่วโมง ที่ถือเป็นการทำงานหนึ่งวันของการทำงานบริการสังคม ตามมาตรา ๓๐/๑ ไว้ด้วย
ดังนั้น ศูนย์หนังสือสำนักกฎหมายเสรี จึงจัดพิมพ์ประมวลกฎหมายอาญาขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์แก่นักกฎหมาย นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป
 
จำนวน เล่ม
   
ชื่อหนังสือ ลูกหนี้พิชิตแบงก์
ราคา 190 บาท
รายละเอียด หนังสือเล่มนี้ เน้นแนวทางการแก้ปัญหาหนี้สินระหว่างลูกหนี้กับธนาคารหรือแบงก์ เพื่อไม่ให้ลูกหนี้ถูกเอาเปรียบ และไม่ให้ลูกหนี้ต้องสิ้นเนื้อประดาตัวจากปัญหาหนี้สิน รวมทั้งเป็นการให้โอกาสลูกหนี้ได้มีแนวทางในการเจรจาต่อรองกับธนาคาร ในอันที่จะแก้ไขปัญหาหนี้สินกับธนาคารและเป็นการเพิ่มโอกาสให้ลูกหนี้มีอำนาจการเจรจาต่อรองกับธนาคารมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาลุกหนี้ไม่มีอำนาจการเจรจาต่อใด ๆ กับธนาคารเลย หรือถ้ามีก็น้อยมาก ทำให้พนักงานธนาคารคิดไปเองว่าการเจรจา การต่อรอง หรือการประนอมหนี้กับธนาคารนั้นหากธนาคารไม่ยอกมเสียแล้วก็ไม่มีใครบังคับธนาคารได้ ซึ่งความคิดดังกล่าวเป็นความเข้าใจผิด เพราะมีหลาย ๆ กรณีที่ธนาคารไม่ยอมลูกหนี้ไม่ได้ มิฉะนั้นแล้วธนาคารเองจะเป็นฝ่ายได้รับความเสียหาย
ในหนังสือนี้มีแนวทางในการต่อสู้คดีกับธนาคาร พร้อมมีตัวอย่างคดีที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ธนาคารแพ้คดีอยู่ด้วย
จากประสบการณ์ที่เป็นทนายความว่าความมา ๒๐ ปี ได้พบว่าในสังคมไทยเรา ผู้บริโภคมักถูกเอารัดเอาเปรียบตลอดมา
ประชาชนทั่ว ๆ ไป ต้องดิ้นรนต่อสู้ด้วยตัวเอง เสียเป็นส่วนใหญ่
โดยเฉพาะในภาคธุรกิจการเงิน
ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นลูกค้ากับธนาคารหรือสถาบันการเงินมีความเกี่ยวพันใกล้ชิดกันจนแยกไม่ออก
แต่จะเห็นว่า ลูกค้าธนาคาร ซึ่งเป็นผู้บริโภคนั้น จะถูกเอารัดเอาเปรียบจากธนาคารเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำสัญญาต่าง ๆ การติดต่อทางธุรกรรมกับธนาคาร หรือจากการที่ต้องเสียดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมให้กับธนาคารลูกค้าของธนาคารจะตกเป็นเบี้ยล่างเสมอ
ในสภาพเศรษฐกิจปกติ หากลูกค้าถูกเอาเปรียบก็คงไม่ค่อยเท่าไหร่ ยังพอทนไหว เพราะถือว่าเป็นการแลกกัน แต่ในยุคปัจจุบันที่เศรษฐกิจตกต่ำเศรษฐกิจฝืดเคือง ประชาชนมีปัญหาด้านการขาดสภาพคล่องทางการเงินที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง ชักหลังไม่ถึงหน้า ลูกหนี้ตกอยู่ในสภาพลำบาก จึงทำให้เห็นเสมือนหนึ่งว่าจะพากันชักดาบกันไปหมด ทั้ง ๆ ที่ลูกหนี้ไม่มีเจตนาเช่นนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เศรษฐกิจของชาติได้รับความเสียหาย
ภาคธนาคารเองก็จะเอาแต่ตัวรอด ลูกหนี้จะไม่มีอย่างไรก็ช่าง การแก้ไขปัญหาทางภาครัฐบาลหรือภาคธนาคารเองขาดประสิทธิภาพ ชัดช้า ไม่ชัดเจนขาดหลักเกณฑ์ในทางปฏิบัติ ส่วนการแก้ไขก็ติดขัดไปหมด ลูกหนี้ถูกฟ้องศาลถูกดำเนินคดีหรือถูกยึดบ้าน, ยึดที่ดิน จนไม่มีที่จะอยู่อาศัยกันแล้ว
หนทางหนึ่ง ที่ลูกหนี้ต้องหากลยุทธ์ในการต่อรองกับเจ้าหนี้หรือธนาคาร เพื่อให้เห็นว่าการเจรจาต่อรองที่ธนาคารไม่มีการผ่อนปรนหรือไม่ยอมลดราวาศอกให้กับลูกหนี้หรือหากจะมีการลดบ้างก็น้อยนิดเหมือนไม่ให้ความสำคัญเมื่อเป็นเช่นนี้ก็คงต้องแนะนำลูกหนี้ เพื่อให้ธนาคารเห็นความสำคัญของลูกหนี้เพราะหากลูกหนี้ได้เข้าใจจุดอ่อนจุดแข็งของธนาคารแล้ว ธนาคารคงจะโอนอ่อนหรือผ่อนปรนให้แก่ลูกหนี้ลงบ้าง
หนังสือเล่มนี้ จึงเป็นข้อแนะนำแก้ปัญหาหนี้สิน เพื่อให้ลูกหนี้เข้าใจการทวงหนี้ของธนาคารและเมื่อลูกหนี้นำไปเจรจาต่อรองกับธนาคาร ทั้งในชั้นก่อนถูกฟ้องคดี ภายหลังจากการถูกฟ้องคดีแล้วและในชั้นบังคับคดี แต่ไม่มีเจตนาที่จะให้ลูกหนี้ไม่จ่ายหนี้แบงก์หรือชักดาบแบงก์
ส่วนตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ธนาคารแพ้คดีก็มีประเด็นสำคัญหลายเรื่องที่ลูกหนี้หรือลูกค้าของธนาคารถูกเอาเปรียบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการชำระเงินต้นหรือการคิดดอกเบี้ย รวมถึงการใช้สิทธิในการดำเนินคดีกับลูกหนี้หากไม่สู้คดีถึงที่สุดแล้ว ก็จะไม่มีโอกาสพิสูจน์ความถูกต้องได้เลย ดังนั้นคำพิพากษาศาลฎีกาที่รวบรวมนี้ จึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะปกป้องดูแลสิทธิของลูกหนี้ไม่ให้ถูกธนาคารเอาเปรียบ และถือว่าเป็นกลยุทธ์ส่วนหนึ่งที่ลูกหนี้จะเอาชนะธนาคารได้
ก็หวังว่า แบงก์หรือธนาคารคงจะเห็นความสำคัญของการเจรจาแก้ไขหนี้ให้มากขึ้นกว่าเดิม และผ่อนปรนให้ลูกหนี้มากขึ้น มิฉะนั้นแล้ว หากแบงก์ยังคงดื้อดึง ไม่ลดราวาศอก ลูกหนี้คงต้องงัดกลยุทธ์ขึ้นมาพิชิตกับแบงก์ตามเนื้อหาสาระในหนังสือเล่มนี้
ท้ายนี้ก็ขอให้ทุกท่านร่วมกันแก้ไขปัญหาหนี้เสียที่เป็นอยู่ในประเทศไทยเรา ให้ฟื้นกลับคืนสู่สภาพปกติ เพื่อประโยชน์แกพี่น้องประชาชนและบ้านเมืองตลอดไป
 
จำนวน เล่ม
   
ชื่อหนังสือ อยากเป็นทนายความ
ราคา 200 บาท
รายละเอียด ด้วยผู้เขียนเป็นทนายความมาแล้ว 23 ปี มีความตั้งใจอยากจะเขียนหนังสือที่เกี่ยวกับทนายความสักเล่ม เป็นหนังสือที่มีสาระในทางกฎหมาย และในขณะเดียวกันอยากให้เป็นหนังสือที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย อ่านสบาย ๆ สำหรับท่านผู้อ่านทุกระดับการศึกษา ไม่ใช่หนังสือเชิงตลกขบขัน แต่อ่านแล้วไม่ทำให้เครียด และให้แง่คิดที่เป็นประโยชน์สำหรับท่านผู้อ่านทุกท่านไม่ว่าจะเป็นนักเรียนนักศึกษา คนทำงาน หรือคนตกงานก็อ่านได้
สาระของหนังสือเล่มนี้เริ่มตั้งแต่ตอนที่ผู้เขียนเริ่มเรียนกฎหมาย วิธีเรียนหนังสือและวิธีอ่านหนังสือ เพื่อให้เป็นประโยชน์สำหรับนักเรียนนักศึกษากฎหมาย หรือนักเรียนนักศึกษาสาขาวิชาการต่าง ๆ ทุกระดับชั้น
นอกจากนี้ ยังเป็นหนังสือที่สร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ที่ประสบความล้มเหลวในชีวิตอีกด้วย เมื่ออ่านแล้วท่านสามารถนำไปเป็นแบบอย่างในการต่อสู้ชีวิตในเวทีโลกที่กว้างใหญ่ของทุกสาขาอาชีพ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประชาชนผู้มีอรรถคดี สามารถนำประโยชน์ของหนังสือเล่มนี้ไปใช้แก้ปัญหาคดีความได้อย่างมีประสิทธิภาพและอย่างเป็นรูปธรรม สามารถนำหลักเกณฑ์ไปใช้พิจารณาในการเลือกทนายความหรือว่าจ้างทนายความได้อีกด้วย
หนังสือเล่มนี้ จึงเหมาะสำหรับ นักเรียนนักศึกษาทุกระชั้น บุคคลทุกสาขาอาชีพ สามารถนำสาระและเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ ไปใช้ประโยชน์ในเชิงปฏิบัติได้เป็นอย่างดี
 
จำนวน เล่ม
   
ชื่อหนังสือ สัญญาจ้างว่าความ
ราคา 280 บาท
รายละเอียด สัญญาจ้างว่าความ ระหว่างทนายความและประชาชนผู้มีอรรถคดี เป็นปัญหาเกิดขึ้นเสมอมา ในทางศาลเองก็มีคำพากษาศาลฎีกาที่ตัดสินเป็นบรรทัดฐานไว้แล้วหลายคดีแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็ยังคงเกิดขค้นอยู่เป็นประจำ ปัญหาดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ตัวบทกฎหมาย เป็นปัญหาเนื่องจากทนายความและประชาชนไม่มีความเข้าใจถึงข้อตกลงหรือสัญญาจ้างว่าความดังกล่าวว่าทำแล้วจะเกิดผลทางกฎหมายมากน้อยเพียงใด หรือปัญหาที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากสาเกตุเนื่องจากทนายความไม่มีเวลาในการค้นกว่าก็ตามที

หนังสือเล่มนี้จึงได้เน้นการรวบรวมคำพิพากษาฎิกา ที่เกี่ยวกับสัญญาจ้างว่าความที่จะเป็นประโยชน์แก่ทนายความที่เป็นผู้รับจ้างว่าความ หรือเป็นประโยชน์แกประชาชนที่เป็นผู้ว่าจ้างให้ว่าความ และได้รวบรวมอัตรเงินรางวัลทนายขอแรง ค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของทนายอาสาสมัครไว้ด้วย เพื่อเป็นประโยชน์แกประชาชน ทนายความผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับกฎหมาย นักเรียน นิสิต หรือนักศึกษา ที่จะได้นำไปศึกษาหรือค้นคว้าต่อไป

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้คงช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และให้ยังประโยชน์แกผู้สนใจทั้วไป
 
จำนวน เล่ม
   
ชื่อหนังสือ ใบเหลืองใบแดง
ราคา 240
รายละเอียด ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา และการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นทุกระดับท้องถิ่นทุกระดับ รัฐธรรมนูญ ได้กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีอำนาจหน้าที่สำคัญในการ ดำเนินการจัดหรือจัดให้มีการเลือกตั้งทุกระดับ ให้มีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงและให้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งดังกล่าว รวมทั้งให้ กกต. มีอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ ตามที่รัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่น ๆ บัญญัติไว้ด้วย
กลไกสำคัญที่ กกต. นำมาควบคุมพฤติกรรมของบุคคล เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไป ด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรมคือการให้ “ใบเหลือง-ใบแดง” ดังนั้น “ใบเหลือง-ใบแดง” จึงเป็นคำเรียกขานให้ทุกฝ่ายได้เข้าใจคำวินิจฉัยของ กกต. จนเป้นที่เข้าใจในสาธารณชนทั่วไป
ความรู้เรื่อง “ใบเหลือง-ใบแดง” จึงเป็นสาระที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือประชาชนทั่วไป ควรได้ทราบและเข้าใจเพื่อมิให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการเลือกตั้งอันจะเป็นผลให้มีคำสั่งให้เลือกตั้งใหม่ หรืออาจถึงขั้นการถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง รวมทั้งเกิดการกระทำความผิดในทางอาญาได้
นอกจากนั้น ผู้สมัครรับเลือกตั้งคนใดที่ถูก “ใบเหลือง-ใบแดง” ผู้นั้นอาจต้องเสียอนาคตทางการเมือง อันทำให้เสียหายแก่ชื่อเสียงและวงศ์ตระกูลที่สร้างสมมาชั่วชีวิตได้
ในการจัดทำ คู่มือ “ใบเหลือง-ใบแดง” นี้ต้องขอขอบคุณ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ให้ข้อมูลและตัวอย่างคำวินิจฉัยสั่งการของ กกต. และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่สำนักกฎหมายวุฒิสภาที่ช่วยรวบรวมข้อมูลทางกฎหมายจึงทำให้คู่มือ “ใบเหลือง-ใบแดง” นี้สำเร็จลุล่วงในเวลาที่จำกัด
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือ “ใบเหลือง-ใบแดง” ในมือท่านนี้ คงเป็นแนวทางการให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม และเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ในอันที่จะลดปัญหาการเลือกตั้งให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
 
จำนวน เล่ม
   
   
 

143/487-8 ถนนบรมราชชนนี แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
โทรศัพท์ 0-2884-6599 อัตโนมัติ 10 เลขหมาย แฟกซ์ 0-2434-8787-8
Copyright ? 2008-2009 SereeLaw.com. All Rights Reserved.